Feeds:
Posts
Comments

เผาเกิน??

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ขอโทษจริงๆนะครับที่หายไปนานมากกกกกกกกก รู้สึกผิด-*- ก็แหม งานเยอะเหลือเกินมีเรื่องปวดหัวเยอะแยะเลยครับ

ไหนจะต้องเรียน แถมต้องกลับไปเป็นนักกีฬาว่ายน้ำอีกหลังจากเลิกมาสองปี!! เพื่อชื่อเสียงมาหลัยผมเต็มใจครับ(ถ้าไม่ใช้โลโก้ใหม่จะภูมิใจมาก)

ใกล้สอบแล้วครับผม เทอมนี้ผมจะต้องพยายามให้ได้ครับ เกรดร่วงแหงๆเลยครับผม (เอิ่มเมื่อวานยังนั่งดูเรื่อง knowing อยู่เลยไม่ใช่หรอแก)

ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอาจารย์อันเป็นที่เคารพรักยิ่งของผมได้โปรด เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แก่ผมด้วยนะคร้าบบ เอาล่ะ ขอพรมามากพอ

เอาเรื่องที่ผมจะนำเสนอวันนี้ดีกว่าครับ วันนี้ผมจะขอนำเสนอเรื่อง “เผาเกิน” จั่วหัวมาให้งงเพื่อดึงดูด (หรือน่ารำคาญ ห้าๆๆ) เอาเป็นภาษาอังกฤษ

ก็คือ OVER BURNING ครับ หลายๆครังที่เราประสบปัญหาในการไรท์แผ่น (จริงๆในทาง คอมฯ เค้าเรียกว่า เผา หรือ burn นะครับ) แผ่น 700

mb แต่ขนาดไฟล์ 703  อะไรประมาณนี้ ท่าน NERO ก็จะไม่อนุญาตให้เราทำการไร์แผ่นได้ครับ เอาล่ะสิคราวนี้จะทำไงดีจะใช้ DVD มาไรท์

แทนก็เปลืองเกิน จะตัดไฟล์ออกก็ทำไม่ได้ หรือไม่ต้องไรท์มันดีให้โปรแกรมชั่ว! ใจเย็นครับ ๆ วันนี้ผมมีวีธีมานำเสนอครับโดยไม่ต้องใช้ over

buring คCD_ROMรับโดยใช้ท่าน Nero นี่ล่ะครับผม ทำตามดังนี้ครับ Options > Expert Features > ไปติ๊กตรงนี้เลยครับ * Enable generation of

short lead-out > OK จากนั้นเวลาในหน้าตั้งชื่อแผ่นครับ ตรง Write Method จาก Track-at-onceเป็น Disc-at-once แล้วก็สั่ง write ได้เลย

ครับ แต่ต้องระวังนิดนึงนะครับ การไรท์ด้วยวิธี Disc-at-once จะไม่สามารถมาไรท์เพิ่มทีหลังได้ครับผม อย่างไรก็ตามนะครับถึงแม้เราจะ

OVER ได้มากถึง 20 MB สำหรับยี่ห้อ princo แต่ก็อย่าพยายามใช้เลยนะครับ เพราะมันทำให้ความเสี่ยงในการอ่านไม่ได้สูงครับผม อีกทั้งยัง

เป็นการฝืน ตัว writer ด้วยครับ ทำให้อายุสั้นลงนะครับผม สำหรับวันนี้ฝากดูและรักษาสุขภาพครับ รักนะครับ จุ๊บุจุ๊บุ สวัสดีครับบ

อ้างอิง http://advance.exteen.com/20070519/write-cd-700mb-over-burn

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะครับผม คิดถึงผมกันบ้างหรือเปล่าครับ ไอที่หายไปนานก็ไม่ได้ไหนครับ สอบน่ะครับเหนื่อยมากมายกับการสอบ บางวิชาก็ทำได้ บางวิชาก็ทำไม่ได้แรกๆก็เครียดนะครับ แต่พอผ่านไปได้ซักพักมันก็จะหายเครียดเองครับเพราะถึงยังไง เราคงไม่สามารถไปขออาจารย์ทำเพิ่มได้ ก็แหมนี่ีมันระดับอุดมศึกษาแล้วนี่นา ตัวเราต้องพร้อมและเตรียมตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่หรือครับ หลายท่านงงเลยที่วันนี้ผมมาเป็นแแบบวิชาการ แหะๆ ก็โปรเจคพาผมไปนี่ครับ อาจารย์สั่งแทบทุกคนเลย แต่ผมต้องฝ่าฟันไปให้ได้ครับผมสัญญา

เอาล่ะครับวันนี้เราจะคุยกันเรื่อง API ครับ หลายท่านสงสัยอีกแล้ว ไอตี่นี่เอาศัพท์แปลกมาให้อ่านอีกแล้ว กำลังเทรนเลยนะครับเรื่องนี้หลายท่านพยายามอยู่ว่าย่อมากจากอะไร Adobe Photoshop Integretion หรือเปล่า เอ๊ะ!หรือว่าจะเป็น Ant Plot Ink อ้ะใช่ Application Programming Interface หรือเปล่า (เอ่า..คนนี้เดาถูกได้ไง แล้วผมจะไปไงต่อT_T) ใช่ครับ!! API ย่อมากจาก Application Programming Interface ครับ2007-07-30-api

เอาล่ะคราวนี้ขอผมอธิบายบ้างนะครับ ในวิกอพีเดียบอกไว้อย่างนี้ครับ “an application programming interface (API) is an interface that defines the ways by which an application program may request services from libraries and/or operating systems. An API determines the vocabulary and calling conventions the programmer should employ to use the services. It may include specifications for routines, data structures, object classes and protocols used to communicate between the requesting software and the library.” แปลง่ายๆคือ เป็นอินเตอร์เฟซที่นิยามโดย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่สามารถร้องขอบริการจาก library หรือ ระบบปฏิบัติการ ซึ่งรวมถึง การระบุชุดคำสั่ง,โครงสร้างข้อมูล, อ็อพเจ็ค คลาส และโปรโตคอล โดยใช้เพื่อ สื่อสารระหว่างการร้องขอโปรแกรม และ library ครับผม

root_archive_march_api

แยกเป็นสองประเภท ได้แก่ Language-dependent นั่นก็คือ ใช้เฉพาะได้ในแต่ละภาษาของโปรแกรมที่มีไว้ให้ใช้ syntax และองค์ประกอบของภาษานั้นๆ เพื่อให้ API สะดวกในการใช้งานครับ อีกประเภทหนึ่ง คือ Language-independent ตัวนี้ก็คือ เขียนในแบบที่สามารถเรียกหลายๆภาษามาได้ครับ  นอกจากนี้ API เป็นแบบฉบับของ Hypertext Tranfer Protocal (HTTP) คุ้นๆล่ะสิครับผม ลองมองขึ้นไปบน Address bar สิครับ แหะๆๆ มันจะเรียก message ไปยัง message ตอบสนองครับ ที่ใช้บ่อยก็คือ XML และ JavaScript ครับ งงหรือเปล่าท่านผู้อ่าน (จริงๆแล้วตัวเองก็งงเหมือนกันว่า พิมอะไรลงไป ฮ่าๆๆ) ยังไงก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับผม http://en.wikipedia.org/wiki/Application_programming_interface

เอาล่ะครับท่านผู้อ่านก็พอหอมปาก หอมคอกันไปนะครับ ยังไงผมขอขอบพระคุณอย่างสูง(-/|\-)ที่ได้ติดตามกระผมมาโดยตลอดนะครับ งดเหล้าเข้าพรรษานะครับ วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ!

Gantt Chart

สวัสดีครับ กลับมาเจอกันอีกแล้วนะครับ ช่วงนี้ฝนตกบ่อย อากาศเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนเลยอ่ะครับ ยังไงท่าผู้อ่านอย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะครับ ผมเป็นห่วง ช่วงนี้งานค่อนข้างเยอะครับ ก็เลยอาจจะมาเขียนช้าหน่อย คงไม่โกรธกันนะครับผม เพื่ออนาคตครับ ผมจะสู้ต่อไป

วันนี้ผมจะมาแนะนำการเขียน Gantt chart ครับ Gantt chart คืออะไร มีไว้ทำอะไร ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยนะครับ ผมจะอธิบายให้ท่าผู้อ่านได้เข้าใจกันทุกคนเลย Gantt Chart คือ แผนภูมิที่แสดงระยะเวลาการดำเินินงานของเราครับ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด ซึ่งจะเป็นลักษณะคล้ายแผนภูิมิแท่งครับ แต่ที่เป็นที่นิยมจะทำเป็นแนวนอนครับ  อีกทั้งยังมี วัน เดือน ปี กำกับไว้ที่ title นะครับซึ่งทำให้ user สามารถทราบได้ว่า งานของเราจะสำเร็จขั้นตอนไหนเมื่อไหร่ ครับ วิธีการเขียนไม่ยากครับ เพียงแค่เราต้องกำหนด จำนวนภาระงานแล้วเขียนลงไป วาดแสดงว่าแต่ละภาระงานใช้เวลายาวนานเท่าใด จนกระทั่งสิ้นสุดแผนงานครับ ซึ่งเราควรจะทำได้จริงตามที่เราเขียนนะครับผม ไม่ควรจะเลทจากตาราง หรือ วางแผนใช้เวลามากเกิน เพราะหากเราเสร็จงานไม่ทัน หรือนานเกินไปก็จะเกิดผลเสียต่อตัวเราเองครับผม มีหลายโปรแกรมที่ใช้ช่วยสร้างได้นะครบ ที่ผมใช้บ่อยคือ Microsoft Visio ครับ ใช้งานง่าย สะดวกครับ ยังไงก็ลองหัดทำ หัดใช้กันดูนะครับผม วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

สวัสดีครับบบ หายไปนานเลยผมนี่ แหมนักร้องที่เพิ่งชอบเสียชีวิตทั้งทีก็ต้องเศร้าใจนิดหน่อยน่ะครับ ใช้เวลานิดหน่อย หวังว่าท่านผู้อ่านยังไม่เบื่อที่จะรอนะครับผม ช่วงงานเยอะมากๆๆๆๆครับ อาจารย์สั่งแบบไม่ปราณีกันเลยทีเดียว น่าจะสั่งแบบบูรณาการ คือ สั่งวิชาเดียวใช้ได้ทุกวิชาอะไรงี้ สงสัยกลัวจะน้อยหน้ากันมั้ยครับ ฮ่าๆๆ เนื่องด้วยวิชา Software Engineering ที่รักของผมนะครับ ท่านอาจารย์ได้มอบหมายให้ทำ Document ครับ ฟังตอนแรก ไอกระผมก็นึกว่า เบาๆ ค่อยๆทำ สักสองสามหน้า ก้อเพียงพอละ…..หลังจากกระหยิ่มยิ้มย่องในใจเป็นเวลา 42 วินาที (มีเวลาจับเวลาด้วย) พออาจารย์ลงรายละเอียดเท่านั้นแหละ แทบอยากจะส่งจดหมายไปหาท่านอภิสิทธิ์เลยทีเดียว (เกี่ยวมั้ย?) รายละเอียดเยอะมากครับผม นั่นแน่ คิดว่าผมจะคิดเหมือนคนอื่นล่ะสิครับถ้าเป็นคนอื่นคงจะคิดว่า “สั่งอะไรเยอะแยะ ทำอย่างอื่นแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปทำมากขนาดนี้” ผิดจากผมครับ ผมคิดว่าอาจารย์ต้องการให้เราฝึกครับเพราะ แต่ละอย่างนั้นต้องใช้จริงๆในชีวิตทำงานครับ อยากจะขอบคุณอาจารย์มาก ๆ นะครับ ที่ทำให้ผมได้ฝึกฝนตัวเอง แหะๆ

เอาล่ะ เข้าเรื่องวันนี้ครับในเมื่อต้องมีการทำ Document ดังนั้นจำเป็นต้องมี Introduction ครับ ส่วนนี้เปรียบเสมือนบุคลิกภาพของคนนั่นแหละครับ แรกพบประสบเจอ ก็ตรึงใจมิรู้หาย ประมาณนั้นทีเดียวครับ กล่าวได้ว่าสำคัญทีเดียว ซึ่งหลายคนคิดว่าอาจารย์ท่านคงจะอ่านผ่านๆไป ไม่ต้องละเอียดอะไรมากมาย ผิดมหันต์เลยนะครับ คิดใหม่ๆ คราวนี้ผมจะแนะนำวิธีเขียน Introduction ครับ เขียนอย่างไรให้เหมาะสมน่าอ่านนะครับ

Introduction ที่ดีนะครับ ผมคิดว่าไม่ควรต่ำกว่าครึ่งหน้ากระดาษ และไม่ควรเกินหนึ่งหน้ากระดาษ นะครับ เพื่อความไม่เยิ่นเย้อครับ เราแนะนำสิ่งที่เราทำ ให้ผู้อ่านได้เห็นภาพรวมคร่าวๆ ของงานเราครับ และหลักการเขียนของแต่ละย่อหน้านะครับควรเป็นดังนี้ครับ

ย่อหน้าที่ 1: แรงบันดาลใจครับ อะไรเป็นขอบเขตของปัญหา ทำไมมันถึงสำคัญ และมีประโยชน์หรือไม่อย่างไรกับสังคม ไม่ต้องลงรยละเอียดมากนะครับเอาแค่คร่าว ๆ

ย่อหน้าที่2:พอมาถึงย่อหน้านี้ให้ระบุแต่ละปัญหาครับลงรายละเอียดของแต่ละปัญหา ที่กล่าวไว้ในย่อหน้าแรกครับ

ย่อหน้าที่3:ย่อหน้านี้จะกล่าวถึงภาพรวมคร่าวๆ ของรายงานของเราครับว่าเราทำอะไร มีอะไร ในรายงาน พอคร่าวๆ ครับผมย่อหน้านี้แอบสำคัญนะครับ วางแผนการเขียนดีๆ ผู้อ่านจะเข้าใจเนื้องาน จะสนใจต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับย่อหน้านี้ครับผม

ย่อหน้าที่4:บอกผู้อ่านครับ ว่างานชิ้นนี้มีความแตกต่างจาก งานชิ้นอื่นอย่างไร เช่น เราเขียนหนังสือ เรื่อง “หลักการวิเคราะห์ และออกแบบฐานข้อมูล” ซึ่งแน่นอนไม่ใช่เราคนเดียวที่ทำหนังสือประเภทนี้ออกมาจำหน่าย เพราะฉะนั้นเราจะต้องบอกกับผู้อ่านครับ ว่าเราแตกต่างจากเล่มอื่นๆ อย่างไร

ย่อหน้าที่5:ย่อหน้านี้เป็นเสมือนแผนที่ของหนังสือครับ ว่าส่วนแรก มีอะไรบ้าง ส่วนที่สองมีอะไรบ้าง อะไรประมาณนั้นครับ

เกร็ดเล็กๆน้อยๆครับ

- อย่าให้เวลากับการเขียน Introduction หรือว่า คำนำ มากเกินไปนักครับ มันสำคัญก็จริง แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดควรจะเป็นรายละเอียดด้านในนะครับ

-วางแผนการเขียนให้ดี แน่ใจว่า แต่ละย่อหน้าเราเขียนเนื้อเรื่องไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่วกไปวกมา

-ตรวจดูความถูกผิดให้เรียบร้อย ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็ให้แน่ใจว่า ใช้ tenses อย่างถูกต้องตามในเนื้อหานั้นนะครับ

ลองไปฝึกๆกันดูนะครับ ไม่แน่ว่าอาจารย์อาจจะให้คะแนนเป็นพิเศษสำหรับส่วนนี้ก็ได้

Another day is gone, I’m still all alone
How could this be, when you’re not here with me
You never said goodbye, someone tell me why
Did you have to go, and leave my world so cold
Everyday I sit and ask myself
How did love slip away?
Something whispers in my ear and says,

Chours:
That you are not alone
I am here with you
Though you’re far away
I am here to stay
You are not alone
I am here with you
Though we’re far apart
You’re always in my heart
But you are not alone

‘Lone, ‘lone
Why, ‘lone

Just the other night, I thought I heard you cry
Asking me to come, and I hold you in my arms
I can hear your prayers, your burdens I will bear
But first I need your hand, then forever can began
Everyday I sit and ask myself
How did love slip away?
Something whispers in my ear and says

Chorus:
That you are not alone
I am here with you
Though you’re far away
I am here to stay
You are not alone
I am here with you
Though we’re far apart
You’re always in my heart
But you are not alone

Whisper three words and I’ll come runnin’
And girl you know that I’ll be there, I’ll be there

หลายท่านเปิดมาอ่านเจออะไรอย่างงี้ คงงงว่าไอ้ตี่นี่ วันนี้มาแปลก ไม่ต้องงงฮะท่านผู้อ่าน อันนี้เป็นเนื้อเพลง จากเพลง You are not alone ของ ราชาเพลงป๊อบ ไมเคิล แจ๊กสัน ฮะ เรามาร่วมไว้อาลัยกันซักหนึ่งนาทีนะฮะ…….ใจหายเหมือนกันหลังจากที่เค้าจากไป เพราะตัวผมเองเพิ่งเริ่มมาชอบเค้าเมื่อเดือนที่แล้วเองฮะ เมื่อก่อนเฉยๆ มาก รู้ว่าดังแต่ไม่ได้สนใจ แต่พอมาฟังเพลงที่เค้าร้อง ที่สำคัญเป็นเพลงกระตุ้นจิตสำนึกตั้งหลายเพลง ผมเลยชอบเค้ามากๆฮะ ดูไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งชอบๆ เป็นคนที่มีความสามารถมากจริงๆ ถึงแม้ว่าอาจจะมีข่าวที่ไม่ดีบ้างก็ตาม แต่ถ้าเทียบกับผลงานของเค้าแล้ว ข่าวต่างๆนั้นผมว่ากลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยนะฮะ เอาล่ะฮะสำหรับวันนี้จะขอโพสสั้นๆ นะฮะ เพราะว่าไม่ค่อยมีแรงจะโพสเลย นักร้องหนึ่งในดวงใจเสียชีวิตไป วันนี้ขอพูดเรื่อง Driver ฮะ อะไรคือ Driver แปลว่าผู้ขับเคลื่อนใช่มั้ย เกือบถูกละฮะ แต่ถ้าเอาตามนิยามจริงๆแล้วล่ะก็ สำหรับ คอมพิวเตอร์แล้ว driver เป็นโปรแกรมสำคัญมากโปรแกรมหนึ่ง ที่จะช่วยให้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำมาประกอบเป็นคอมพิวเตอร์ สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

โดยปกติแล้ว ชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น mainboard, cd-rom, vga card, mouse, modem, lan card และอุปกรณ์อื่น ๆ เป็นต้น เวลาเราซื้อ จะมี 2 สิ่งที่เราจะได้รับจากผู้ขาย นั่นคือตัวอุปกรณ์ และอีกอย่างหนึ่งตัวโปรแกรม ซึ่งจะเป็นตัวควบคุมและสั่งงานให้อุปกรณ์นั้น ๆ สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง และเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น เวลาติดตั้ง เราควรใช้ driver หรือโปรแกรมที่ให้มากับอุปกรณ์นั้นๆ เป็นตัวติดตั้ง

Windows สามารถติดตั้ง driver ให้อัตโนมัติ ?

หลายๆ ท่านอาจแย้งว่า ไม่จำเป็น เนื่องจากหลายๆ อุปกรณ์ที่เราติดตั้งภายในเครื่องคอมฯ Windows สามารถตรวจสอบและจัดการให้เราอัตโนมัติอยู่แล้ว ทำไมต้องเสียเวลามาติดตั้ง driver ที่ให้มาใหม่หละ

ถูกต้องครับ แต่ไม่ทั้งหมด คิดง่าย ๆ น่ะครับว่า ระหว่าง Microsoft กับเจ้าของอุปกรณ์ ใครจะเป็นผู้ที่มีความเข้าใจอุปกรณ์มากกว่ากัน ด้วยข้อนี้ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะลงความเห็นเหมือนผมว่า เจ้าของผลิตภัณฑ์ย่อมรู้ดีกว่าเป็นแน่ ดังนั้น หลายๆ ท่านที่มีปัญหาการใช้งานคอมพิวเตอร์ในส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ ที่กล่าวข้างต้น วิธีการตรวจสอบและทดลองแก้ไขปัญหาคือ การติดตั้ง driver ใหม่ ให้ตรงกับรุ่นของอุปนั้นๆ มากที่สุด เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาของคุณได้บ้าง ไม่มากก็น้อยฮะ

สำหรับวันนี้ผมขอตัวไปรำลึกราชาเพลงป๊อบของผมก่อนนะฮะ

สวัสดีครับ

26052009699สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกคน และแล้วการประชุมเชียร์ของภาค CS สามารถจบลงได้อย่างงาม น้องๆรับความประทับใจไปเต็ม ๆ ฮะ แอบปลื้ม ฮ่าๆ เพื่อน ๆ สบายดีกันหรือเปล่าฮะ ช่วงนี้ไข้หวัด 2009 มาแรง ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะฮะ เชื้ออาจจะไม่น่ากลัวเท่าไหร่แต่ติดต่อกันง่ายมาก ๆ ฮะ แล้วขอบอกไว้อย่างนะฮะว่าผ้าปิดปากไม่ได้ช่วยไรหรอกฮะ ผ้าปิดปากกันเชื้อจากตัวเราไปสู่คนอื่น แต่ไม่ได้กันเชื้อจากคนอื่นสู่เรานะฮะ แต่เพื่อความสบายใจ และดีกว่าไม่มีไรป้องกันเลย ก็ใส่ไว้ก็ดีฮะ  วันนี้เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์มา อยู่ๆก็นึกอยากจะอัพเดทรูปตัวเองลง HI5 กะเค้าซักหน่อย แหมคนมันหน้าตาดียังไง ก็ต้้องแบ่งกันคนอื่นชมกันมั่งสิฮะว่ามั้ย? เลือกไปเลือกมานานมากกว่าจะได้ (จริง ๆ ก็เลือกอยู่แค่ 4-5 รูปเท่านั้นแหละ) เลือกเสร็จก็นั่งพิจารณารูปว่าทำไมถ่ายออกมาไม่สวย บางรูปก็มืิดไป บางรูปสีซีด บางรูปอยากจะให้เหมือนเป็นเทวดามีหมอก ๆ เอาล่ะสิ ทำยังไงดีจะใช้โปรแกรมที่ติดมากับ Windows เนี่ยน่ะหรอ?? คงไม่ต่างจากเอาดินสอสีมาระบายเอง เอายังไงดี ลองปรึกษาเพื่อน ๆ ที่อยู่ในภาควิชาดู จึงได้คำตอบมา “หน้าตาดี แต่ไม่ฉลาดเลยนะแกเนี่ย ก็ใช้ โฟโต้ชอปไงง!!” ไอตัวเราก็ยังงอยู่ โฟโต้ชอปคือไร เหมือน โปรโตไทป์ ที่เรียนกับอาจารย์วิธิดา อ้ะเป่า “ท่านอากู๋ (กูเกิล) คงจะบอกแกได้ ชั้นยุ่งอยู่ไปละ!” อ้าวว โดนเพื่อนสะบัดบ๊อบใส่(เชิดใส่) ไอ้เรายังงงอยู่เลย เลยลองไปเสิชในกูเกิลมาฮะ ว่าโฟโต้ชอปเป็นยังไงมันดีขนาดไหนมาดูกันฮะ

อะโดบี โฟโตชอป (Adobe Photoshop)adobe-logo

เป็นโปรแกรมสำหรับตกแต่งรูปภาพเป็นโปรแกรมประยุกต์ที่มีความสามารถในการจัดการแก้ไขและตกแต่งรูปภาพ (photo editing and retouching) แบบแรสเตอร์ ผลิตโดยบริษัทอะโดบีซิสเต็มส์ ฮะ ส่วนผู้สร้างนะฮะชื่อ ธอมัส โนล (Thomas Knoll) ได้สร้างซอฟต์แวร์สำหรับทำภาพสีเฉดเทาขาวดำในชื่อ “ดิสเพลย์” (Display) ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนามาเป็นโฟโต้ชอปในปัจจุบัน บริษัทอะโดบีได้พัฒนาโฟโตชอปให้สามารถใช้งานกับไมโครซอฟท์วินโดวส์ได้ ในโฟโตชอปรุ่น 2.5 หลังจากที่พัฒนารุ่นแรกสำหรับเครื่องแมคอินทอชเท่านั้น และได้พัฒนาต่อเนื่องมาจนกระทั่งรุ่นปัจจุบัน รุ่น CS4 (เวอร์ชัน 11) ที่ใช้ออกแบบเท่านั้นฮะ นอกจากนี้ Adobe ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมายฮะ ทั้ง

After Effects ,Contribute , Dreamweaver ,Encore ,Flash , Fireworks , Illustrator , InCopy , InDesign , OnLocation , Photoshop , Premiere Pro ,Soundbooth
mae1if
อ้างอิง http://th.wikipedia.org/wiki/
เรียกได้ว่าครอบคลุมสื่อมัลติเมียเดียแทบจะทุกรูปแบบแล้วนะฮะแต่ถ้าจะถามเรื่องราคาล่ะก็ชุดนึงแค่หลัก “แสน” เท่านั้นเองฮะ ไม่เท่าไหร่ซื้อมอเตอร์ไซด์ขี่เล่นได้สองคัน มีเงินเหลือเติมน้ำมันอีกต่างหาก ไอเราแทบจะน้ำตาร่วงจนสุดท้ายก็ได้มาใช้ฮะแต่ได้มาอย่างไรไม่ขอบอกนะฮะ แหะๆ ยังไงก็ช่วยกันสนับสนุนของถูกลิขสิทธิ์กันดีกว่าฮะ เพราะคนทำเค้าเหนื่อยมากกว่าจะได้มาแต่ละผลิตภัณฑ์นะฮะ พวกเค้าจะได้มีกำลังใจทำสิ่งดีๆเพื่อพวกเราต่อไปนะฮะ วันนี้ลาไปก่อน
สวัสดีครับ


wikiสวัสดีครับผม กลับมาอีกแล้วอาทิตย์ที่สองของการเรียนที่แสนจะเหน็ดเหนื่อย ตั้งแต่วันจันทร์จนวันศุกร์ เวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว เหมือนมอเตอร์ไซซิ่งยังไงยังยังงั้น (เกี่ยวกันมั้ยไอตี่) ผมเป็นstaff ประชุมเชียร์ด้วยนะฮะ ไม่ได้กระแดะนะฮะที่ใช้คำว่า staff เพราะถ้าพูดเป็นภาษาไทย ท่านผู้อ่านอาจจะงงว่าคืออะไร ถ้าพูดว่า เจ้าหน้าที่ประชุมเชียร์ คงจะตลกไม่หยอกฮะ การประชุมเชียร์ คือการสอน้องร้องเพลง สอนบูมอะไรประมานนี้ฮะ โดยอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีฮะ ไม่มีการบังคับ หรือ ทำร้ายน้องให้บาดเจ็บทางด้านร่างกาย และจิตใจฮะ ถ้าน้องๆเค้าไม่อยากเข้าก็ไม่จำเป็นต้องเข้าก็ได้ ไม่มีการบังคับ ทั้งนี้ระหว่างการประชุมเชียร์ จะมีอาจารย์ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ตรวจสอบดูแล อยู่ตลอดเวลาฮะ ซึ่งอาจารย์ทุกท่านก็น่ารักมากเลย ให้สิทธิ์กับนักศึกษาที่จัดกิจกรรม ไม่ก้าวก่าย ในขณะทำกิจกรรม หากการทำกิจกรรมนั้นๆไม่ละเมิดกฎดังที่กล่าวไว้ข้างต้นฮะ น่ารักจริงๆเลย ไม่ได้โม้เลยนะฮะ เป็นประสบการณ์ที่ดีฮะ ท่านผู้อ่านต้องลองเข้ามาอยู่แล้วจะรู้สึกว่าเราอยู่แบบครอบครัว แหะๆ เอาละๆๆๆ ไอตี่นี่ชอบเกริ่นซะยาวเลยเข้าเรื่องเราเลยดีกว่าฮะ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่อง สารานุกรมออนไลน์ฮะ  ผู้อ่านหลายท่าอาจจะคุ้นหูกันมาบ้างแล้ว สารานุกรมออนไลน์คือ แหล่งความรู้ขนาดใหญ่ที่ข้อมูลความรู้ต่างๆนั้น ได้มาจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกฮะ โดยความน่าสนใจอยู่ที่ตัวสารานุกรมออนไลน์นี้ เปิดให้ใช้ได้ฟรีไม่คิดเงินฮะ อีกทั้งหากข้อมูลนั้นๆ ไม่สมบูรณ์ หรือผิดพลาด ก็ยังสามารถแก้ไขได้ฮะ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านท่านอื่นๆ ซึงขณะนี้มีทำอยู่หลายภาษามากฮะ รวมทั้งภาษาไทยของเรา ข้อมูลมีทุกด้านฮะอยากรู้เรื่องไหนก็สามารถที่จะค้นคว้าได้ทันทีฮะ ส่วนใครคนไหนที่อยากจะทำเว็บสารานุกรมออนไลน์อย่างนี้บ้าง กระผมมีวิธีแนะันำมาบอกฮะ

คำถามนี้เจอบ่อยมากว่าถ้าต้องการมีเว็บลักษณะเดียวกับวิกิพีเดีย ทำได้อย่างไร มีหลายคนที่อยากมีเว็บแนววิกิพีเดียเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะทำสารานุกรมการ์ตูน สารานุกรมแฮร์รีพอตเตอร์ หรือแม้แต่ทำแหล่งข้อมูลสำคัญ เป็นห้องสมุดออนไลน์ไว้อ้างอิงในหน่วยงานของตนเอง ทุกคนสามารถทำได้ และไม่ยากอย่างที่คิด

ข้อดีของระบบวิกิ หลายคนคงได้เห็นและได้ลองใช้กันแล้ว ไม่ว่าความสามารถร่วมแก้ไขหน้าเว็บพร้อมกันได้ การเก็บประวัติการแก้ไขทุกครั้ง ความง่ายต่อการอ้างถึง ความง่ายในการปรับแต่ง และการใช้งานที่ง่ายถ้าเทียบกับโปรแกรมตัวอื่น

ในการจะมีวิกิของตัวเองนั้นทำได้ไม่อย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 แบบคือ สมัครสมาชิกเว็บที่ให้บริการวิกิ หรือ ลงโปรแกรมที่เซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป

ถ้าไปสมัครสมาชิกเว็บที่ให้บริการวิกิ (คล้ายกับสมัครเขียนบล็อกในนี้ละ) ไม่ต้องมีความรู้ด้านโปรแกรมมาก สมัครเสร็จปุ๊บตามเงื่อนไขเราก็ได้เนื้อที่ทำวิกิมาทันที อยากจะทำ จะเขียน จะสร้างอะไรก็ได้ แล้วแต่เรา ซึ่งเราเป็นแอดมินของเว็บวิกิเรา จะชวนเพื่อนมาเขียน จะแต่งตั้งใครเป็นแอดมินเพิ่มก็แล้วแต่เรา แต่มีข้อเสียสองอย่างคือ (1) วิกิเราจะมีโฆษณา (ซึ่งบางที่ก็รับได้) และ (2) ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขไฟล์ในเซิร์ฟเวอร์ได้ ทำให้ไม่สามารถปรับแต่งค่าบางตัว ได้ เว็บที่ให้บริการวิกิตอนนี้ก็มีหลายที่ ตัวอย่างเช่น เวตเพนต์ (Wetpaint) หรือ วิเกีย (Wikia) สำหรับเว็บอื่นที่ให้บริการอย่าง พีบีวิกิ (PBWiki)  โซเชียลเท็กซ์ (Social text) กูเกิลไซต์ (Google Site ซื้อมาจาก จ๊อตสปอต -JotSpot) วิกิดอต (Wikidot) วิกินู่น วิกินี่ ลองดูที่รายชื่อวิกิฟาร์มทั้งหมด

ถ้าลงโปรแกรมเองที่เซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ก็สามารถโหลดโปรแกรมได้ฟรีไม่ว่าคุณจะเอาไปใช้ทำงานส่วนตัว ส่วนราชการ ขายของหาเงิน ก็ฟรีหมด อย่างเช่นโปรแกรมตัวเดียวกับที่ใช้ในวิกิพีเดีย ชื่อ มีเดียวิกิ (MediaWiki) (ดาวน์โหลดได้ที่ mediawiki.org) โปรแกรมนี้ทำงานด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ PHP และฐานข้อมูล MySQL อาจจะงงนิดหน่อย แต่จริงแล้วคุณสามารถติดตั้งโปรแกรมนี้ได้ แม้ว่าไม่มีความรู้ด้านภาษาโปรแกรมเลย (เหมือนคนเขียนบล็อกคนนี้) เพียงอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์แล้วก็เข้าไปที่หน้า install แล้วโปรแกรมก็จะให้เราใส่ค่าต่าง ๆ เช่น ชื่อวิกิ พาสเวิร์ด อะไรพวกนั้น แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ตัวโปรแกรมก็จะลงให้อัตโนมัติพร้อมใช้งาน คุณก็ได้วิกิของตัวเองมาใช้แล้ว หรือถ้าอยากได้วิกิหน้าตาอย่างอื่นที่ไม่เหมือนวิกิพีเดีย ก็สามารถโหลดสกิน (skin) มาใช้ได้ มีเว็บหลายตัวที่ใช้มีเดียวิกิ แต่หน้าตาคนละอย่าง เช่น mozillaZine ที่เป็นเว็บตอบคำถามเกี่ยวกับไฟร์ฟอกซ์

นอกจากนี้ถ้าใครอยากได้เว็บแบบวิกิแต่ไม่ถนัด PHP ก็ยังมีโปรแกรมฟรีหลายตัว ไม่ว่า MoinMoin ที่ทำงานด้วยภาษาไพธอน หรือ TWiki ที่ทำงานด้วยภาษาเพิร์ล ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรีเช่นกัน โดยสองตัวนี้จะเน้นการใช้งานในองค์กรผ่านระบบอินทราเน็ต มากกว่าตัวมีเดียวิกิที่เน้นการใช้งานในอินเทอร์เน็ต

เพียงแค่นี้คุณก็มีเว็บวิกิส่วนตัวแล้วซึ่งไม่ยากอย่างที่คิด ความยากที่สุดที่จะเจอก็คือคิดว่าจะเขียนอะไรในวิกิของคุณเอง

อ้างอิง http://itshee.exteen.com/20080130/entry

เป็นยังไงฮะ ไม่ยากเลยใช่มั้ยฮะยังไงก็หากมีโอกาสก็สามารถฝึกทำกันได้นะฮะ เพราะประเทศชาติต้องการคนแบบคุณฮะ วันนี้ง่วงแล้วขอจบเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.